ทุกวันนี้คำว่า “ความยั่งยืน” และ “Net Zero” กลายเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรพูดถึง แต่คำถามสำคัญคือ ภาคธุรกิจไทย เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองจริงจังแค่ไหน งานวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งหมด 700 บริษัท ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 ถึง 2567 และพบภาพที่ทั้งน่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน

ภาพรวม: เปิดเผยเยอะขึ้น แต่ข้อมูลย้อนหลังยังน้อยมาก

ในปี 2567 มีบริษัทเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 404 บริษัท หรือคิดเป็น ร้อยละ 57.71 ของบริษัททั้งหมด ฟังดูเป็นตัวเลขที่ดีทีเดียว แต่พอลองย้อนกลับไปดูข้อมูลในอดีต ภาพกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมีบริษัทเพียง 34 แห่งเท่านั้น (ร้อยละ 4.86) ที่สามารถให้ข้อมูลครบถ้วนติดต่อกันทั้ง 6 ปี

พูดง่าย ๆ คือ บริษัทส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มเก็บและรายงานข้อมูลกันอย่างเป็นระบบในช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมานี้เอง ลองดูตัวเลขการรายงานย้อนหลังต่อไปนี้ จะเห็นการลดลงอย่างชัดเจน

จุดที่น่าสังเกตคือ ตัวเลขร่วงลงแรงที่สุดเมื่อขอข้อมูลเกิน 4 ปีย้อนหลัง จากร้อยละ 30.86 เหลือเพียงร้อยละ 4.86 นั่นแปลว่าข้อมูลก่อนปี 2564 ยังหายากมาก และเป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว


แต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมต่างกันแค่ไหน?

เมื่อแยกดูเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม ความแตกต่างยิ่งชัดเจน บางกลุ่มทำได้ดีเยี่ยม ขณะที่บางกลุ่มยังมีช่องว่างให้พัฒนาอีกมาก

🏆 กลุ่มทรัพยากร (Resource): ผู้นำตัวจริง

กลุ่มพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติทำได้โดดเด่นที่สุดในแทบทุกด้าน มีบริษัทถึงร้อยละ 12.70 ที่ให้ข้อมูลครบ 6 ปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกกลุ่มถึง 2 เท่า เหตุผลก็เพราะบริษัทกลุ่มนี้ปล่อยก๊าซในปริมาณมาก จึงถูกหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ถือหุ้นกดดันให้รายงานข้อมูลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องมานาน อีกทั้งยังลงทุนในระบบจัดการข้อมูลที่ดี

💰 กลุ่มการเงิน (Finance): ตามมาเป็นอันดับสอง

มีบริษัทถึงร้อยละ 9.72 ที่ให้ข้อมูลครบ 6 ปี เป็นรองแค่กลุ่มทรัพยากร สะท้อนว่าสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งวางระบบจัดการข้อมูลสิ่งแวดล้อมไว้อย่างเข้มแข็งตั้งแต่อดีต

🍚 กลุ่มเกษตรและอาหาร (Agro & Food): แข็งแกร่งในระยะสั้น

กลุ่มนี้มีอัตราการรายงานข้อมูลย้อนหลัง 1–2 ปีสูงที่สุด (เกือบทุกบริษัทที่รายงานปีล่าสุดมีข้อมูลปีก่อนหน้าด้วย) แสดงถึงความตื่นตัว แต่ยังมีข้อจำกัดเมื่อต้องการข้อมูลยาวเกิน 4 ปี

📱 กลุ่มเทคโนโลยี (Technology): ความย้อนแย้งที่น่าสนใจ

กลุ่มนี้มีอัตราการเปิดเผยข้อมูลในปีล่าสุดสูงที่สุด (ร้อยละ 73.91) แต่กลับไม่มีบริษัทใดเลยที่ให้ข้อมูลครบ 6 ปี เหตุผลคือบริษัทเทคโนโลยีเพิ่งเริ่มเก็บข้อมูลจริงจัง มีการควบรวมกิจการและปรับโครงสร้างองค์กรบ่อย อีกทั้งตัวธุรกิจปล่อยก๊าซโดยตรงต่ำ จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก่อน

🏢 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction): ใหญ่ที่สุดแต่รายงานน้อยที่สุด

แม้จะมีบริษัทมากที่สุดถึง 169 บริษัท แต่กลับมีอัตราการเปิดเผยข้อมูลต่ำที่สุด ทั้งในปีล่าสุด (ร้อยละ 39.05) และข้อมูลย้อนหลัง 6 ปี (ร้อยละ 1.78) ถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก

🛍️ กลุ่มอื่น ๆ: บริการ สินค้าอุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภค

กลุ่มบริการ (Services) มีจำนวนบริษัทที่รายงานมากที่สุด แต่ด้วยความหลากหลายของธุรกิจ (ตั้งแต่โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงบริการการเงิน) ทำให้ข้อมูลย้อนหลังกระจัดกระจาย ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) เป็นกลุ่มเล็กที่ข้อมูลร่วงลงแรงที่สุดเมื่อย้อนเกิน 2 ปี เพราะการปล่อยก๊าซกระจายอยู่ทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทำให้การรายงานซับซ้อน


สรุป: เราเดินมาถูกทาง แต่ยังต้องไปต่อ

ภาพรวมบอกเราว่าการเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของบริษัทไทยกำลังตื่นตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 2–3 ปีหลัง ที่อัตราการรายงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และยังมีบริษัทกลุ่มผู้นำ 34 แห่งที่ทำได้ครบถ้วน 6 ปี พร้อมเป็นต้นแบบให้รายอื่น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่ การเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพราะข้อมูลย้อนหลังที่หายไปทำให้การติดตามว่าธุรกิจไทยลดการปล่อยก๊าซได้จริงหรือไม่ ยังทำได้ยาก หากภาครัฐ ตลาดหลักทรัพย์ และภาคธุรกิจร่วมกันผลักดันให้การจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลเป็นเรื่องปกติของทุกองค์กร ประเทศไทยก็จะเข้าใกล้เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

Posted in

Leave a comment